อรรถพร 的个人资料Mushroom Mustache照片日志列表 工具 帮助

Mushroom Mustache

ที่บ่นบ้าของตาหนวด(เห็ด)

อึ๊งศรีวงศ์ อรรถพร

职业
地点
兴趣
มองอะไร ไอ้หนวด
第 1 张,共 11 张

ชาลา เห็ด ชาลา

11月3日

ปลาพิษ

คำร้อง : หนวดเห็ดนกโฮก
เรียบเรียง : Arttuxx
ทำนอง : Zombieslam
 
กินง่ายๆแต่รสชาดสุดลึกล้ำ
กินง่ายๆที่ไปซัดประจำ ซ้ำไป ซ้ำมา
 
คิดจะตัก แต่ก็ตักอย่างไม่คิด
รู้ไหมว่าหนึ่งกระทะของเรา ต้องเกิดปัญหา
 
นอนฟุบปางตาย ชีวิต วอดวาย (คิดว่าเป็นเนื้อไก่)
ลุ่มหลง เชื่อใจ กับเนื้อปลาร้ายร้าย
 
สับมาก็ เละ เละ หมักหมักก็ เลอะ เลอะ
เราไม่เคยรู้ ไม่เคยเข้าใจ
มีคนที่ไม่รู้ ไม่เคยทำให้เห็น
ไม่ห่วงเลยว่า กิน แล้วจะ เป็นไง
 
เนื้อไก่ที่ไม่ทันคิด ที่จริงมันเป็นปลาพิษ
ทำลายชีวิตของคนงมงาย
 
เธอจะรู้บ้างรึเปล่า คิดรึเปล่า
ว่ามีใครเขาชักตาย พิษปั๊กเป้าร้ายแรง แค่ไหน
 
เนื้อส้มๆที่กระจาย ข้างหน้าฉัน
รู้ไว้ด้วยว่าหน้าตาของมัน หลอกหลวง แค่ไหน
 
นอนฟุบปางตาย ชีวิต วอดวาย (คิดว่าเป็นเนื้อดี)
ลุ่มหลง เชื่อใจ กับเนื้อปลาร้ายร้าย
 
สับมาก็ เละ เละ หมักหมักก็ เลอะ เลอะ
เราไม่เคยรู้ ไม่เคยเข้าใจ
มีคนที่ไม่รู้ ไม่เคยทำให้เห็น
ไม่ห่วงเลยว่า กิน แล้วจะ เป็นไง
 
เนื้อปลาที่ไม่ทันคิด ที่จริงก็คือปลาพิษ
ทำลายชีวิตของคนงมงาย
 
เธอจะรู้บ้างรึเปล่า คิดรึเปล่า
ว่ามีใครเขาชักตาย พิษปั๊กเป้าร้ายแรง แค่ไหน
 
 
(โซ่โล่)
 
 
ร้านหมูกระทะหลอกกู แล้วไง  ย่างเนื้อปลา Salmon ดีใจ
ล้วนเติมสี จากเนื้ออะไร  แล้วที่จริง มันคือ (เหี้ย) อะไร
เชื่อป้ายลวง สุดท้าย เสียใจ
 
ย่างมากิน ลองดู หน่อยไง
รอให้ไฟเข้าถึงเนื้อใน
ให้เวลาย่างเนื้อของ.....ปลอม
 
สับมาก็ เละ เละ หมักหมักก็ เลอะ เลอะ
เราไม่เคยรู้ ไม่เคยเข้าใจ
มีคนที่ไม่รู้ ไม่เคยทำให้เห็น
ไม่ห่วงเลยว่า กิน แล้วจะ เป็นไง
 
เนื้อปลาที่ไม่ทันคิด ที่จริงก็คือปลาพิษ
ทำลายชีวิตของคนงมงาย
 
เธอจะรู้บ้างหรือเปล่า (รู้บ้างหรือเปล่า)
ปลาที่เธอนั้นสับแจก (เนื้อที่ลวงหลอก)
 
ทำให้ใครเขาทุกข์ทน

พิษของปลากลม
 
 
 
 
 
เพลงนี้ขอมอบให้กับร้านหมูกระทะทุกร้านที่เอาเนื้อปลาปั๊กเป้ามาวางให้คนเอาไปย่างกินอย่างหน้าตาเฉยนะครับ
 
สามารถค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับพิษปั๊กเป้าได้ที่นี่ : http://en.wikipedia.org/wiki/Fugu
10月27日

กลิ่น

กลิ่นหญ้าถูกตัด
กลิ่นไมโลหวานเจี๊ยบตอนเช้า
กลิ่นไพ่เมจิคที่พึ่งแกะซอง
กลิ่นใบไม้ไหม้
กลิ่นดอกแคทลียา
กลิ่นทะเลที่ลมแรงหอบมาซัดหน้า
กลิ่นรุนแรงของแอลกอฮอล์รสเข้ม
กลิ่นหวานละมุนของบราวนี่
กลิ่นหอมฉุนเวลาแกะเปลือกส้มเข้าปาก
กลิ่นเรือนผมของคุณ
กลิ่นกายของคุณ
กลิ่นอับและกลิ่นฝุ่นในห้องเก็บของ
กลิ่นไม้ไผ่หัก
กลิ่นกำมะถันและฝุ่นควันของดอกไม้ไฟ
กลิ่นดอกลั่นทมที่อยู่บนต้น
กลิ่นดินสอ
กลิ่นข้าวสวยร้อนๆ
กลิ่นเครื่องจักรของคอมพิวเตอร์
กลิ่นชอล์คบนกระดาน
กลิ่นปากกาไวท์บอร์ดแปลกๆ
กลิ่นหนังสือใหม่
กลิ่นป่าชายเลน
กลิ่นยาขัดรองเท้า
กลิ่นท่าอากาศยาน
กลิ่นกาวและกระดาษชานอ้อย
กลิ่นน้ำมันที่เคลือบอยู่บนใบมีดคัตเตอร์
กลิ่นกระดาษที่โชยออกมาเพราะความร้อนจากไฟโต๊ะเขียนแบบ
กลิ่นกองทรายสำหรับก่อสร้าง
กลิ่นฝนยามเย็นปะปนกับกลิ่นเสื้อผ้าที่เปียกปอน
กลิ่นขี้เลื่อย
กลิ่นน้ำมันตะเกียง
กลิ่นหมอกตอนเช้าที่บดบังกลิ่นควันไฟจากครัวเรือน
กลิ่นมือเปื้อนดิน
กลิ่นหวานสังเคราะห์ของไอศกรีมแท่งละ 1 บาท
กลิ่นห้างสรรพสินค้า
กลิ่นร้านหนังสือ
กลิ่นห้องประชุม
กลิ่นไอระเหยจากอุปกรณ์เขียนหลากหลายชนิด
กลิ่นหอมของสะระแหน่
กลิ่นกองไฟในคืนหนาวเย็นบนภูสอยดาว
กลิ่นน้ำมันพริกผสมกับกลิ่นถั่วงอกและน้ำปลาในชามก๋วยเตี๋ยวต้มยำแห้งของป้าเฉื่อย
กลิ่นก้านมะยมหนึ่งกำ ที่มักจะมาพร้อมกับความเจ็บที่น่อง
กลิ่นมะม่วงห่ามสุดเปรี้ยว
กลิ่นน้ำขังที่โดนแดดเผา
กลิ่นหมากฝรั่งรสองุ่น
 
กลิ่นของหลายๆสิ่งหลายๆอย่างที่ผ่านมาในชีวิต
 
บางทีก็คิดถึงขึ้นมา
9月13日

วิทยานิพนธ์น่ะ ไม่ทำรึไง?

 

ใช้เวลาทำไม่นานครับ ทดลองดู

แต่ว่านะ

THESIS น่ะ ไม่ทำรึไง?

อยากเรียน 6-7 ปีล่ะสิ

8月22日

สุดยอดโฆษณาแห่งยุค

 
 
บทพูด
 
ไอ้แว่นท่อนไม้ : มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิดนะ
ญ                : ทำไมจะไม่ใช่ ทำขายตรง ใครๆก็รู้ว่าต้องไปเดินขายของ ไปทำอย่างอื่นไม่ได้เหยอ (เค้าพูดเหยอจริงๆนะครับ) ทำไมต้องกิฟฟารีน
ไอ้แว่นท่อนไม้ : คุณฟังผมนะ ผมเลือกกิฟฟารีนด้วยเหตุผล ผมมองความเป็นจริงที่ผมสามารถทำได้ (ประโยคเด็ดแห่งปี)

                    กิฟฟารีนเชิญเราเป็นเจ้าของธุรกิจร่วมกัน ไม่ได้ให้เราไปเดินขายของ แต่ให้เราสร้างเครือข่ายของผู้ใช้สินค้าที่จะเป็นลิขสิทธิ์ของเราเอง
                    กิฟฟารีนเค้ามีระบบที่ให้เราทำงานโดยไม่ต้องใช้เงิน และมีสินค้าที่ทุกคนซื้อใช้อย่างสม่ำเสมอ หมดแล้วซื้อซ้ำได้

ญ                : แล้ว เราจะได้อะไรล่ะ (ได้แชมพูและสบู่ อย่างละสองลัง ฯลฯ)
ไอ้แว่นท่อนไม้ : รายได้ของเรา จะมาจากการใช้สินค้าในชีวิตประจำวันของทุกๆคนในเครือข่ายที่เราสร้างขึ้น
ญ                : แล้วชีวิตของเราทั้งคู่ล่ะ
ไอ้แว่นท่อนไม้ : ทุกอย่างจะเหมือนเดิม เราสามารถทำคู่กับงานประจำได้
ญ                : แล้วอนาคตของเราล่ะ (บ้านดีขนาดนี้ยังจะห่วงอนาคตอีกเหรอครับ?)
ไอ้แว่นท่อนไม้ : มันจะเป็นธุรกิจของเรา และมรดกของลูกเราด้วย
ญ                : (ยิ้ม)

ไอ้แว่นท่อนไม้และญกอดกัน (กอดกันทำไม)

ไอ้แว่นท่อนไม้ : คุณเชื่อผมนะ (ผมว่าเชื่อจตุคามรามเทพยังดีกว่าเชื่อไอ้แว่นนี่) ผมเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเราแล้วแหล่ะ (เรานี่ใคร? ใครจะแต่งกับมึง!?)
 
 
 
 
 
 
หมายเหตุ : โฆษณานี้ยาวนาทีครึ่ง นับว่านานมาก
ความเห็นส่วนตัว : ขายตรงพ่อมึงสิ ไม่ต้องไปขายของ
 
6月25日

หนังใหม่

"มหาวิบัติจักรกลสังหารถล่มจักรวาลนกโฮกล่าขุมทรัพย์คนอึดเจ็ดย่านน้ำ
สุดขอบโลกวิญญาณเพรียกคืนคนดับ
ฟื้นคืนกลับชีวิตวีรบุรุษสงครามบูรพา
เจ้าดาบไร้เงาพิชิตอสูรราตรีแห่งศึกเกียรติยศ
คนไฟม้ามังกรบินโฉบกระชากเชื้อนรกสู้เมืองห่าผีชีวะ"

 
ภาพยนตร์แอคชั่นสยองขวัญไซไฟอิงประวัติศาสตร์-โจรสลัดผจญภัยแฟนตาซี-กำลังภายในรักหวานซึ้ง

ทุนสร้างกว่าเจ็ดแสนล้านบาท


เรื่องของจอมยุทธ์นามระบือ
ที่ต้องแยกจากกับคนรัก
แถมเสียแขนซ้าย
แต่ก็ได้พบกับเจ้าโจรสลัดที่พาเขาไปยังเกาะแห่งชีวิต
พบนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องที่ทำให้เขาได้แขนปลอมมา
พร้อมกับกระบี่แสงขจรขจายสว่างสุกใสดั่งใจคนซื่อ
แต่โชคร้ายที่เชื้อไวรัสได้หลุดออกมา
ทำให้เหล่าโจรสลัด 4 กองเรือ
กลายเป็นผีดิบไป
จอมยุทธ์นามระบือคนนั้นจึงต้องฝ่าออกไปให้ได้
พร้อมกับความมุ่งมั่นที่จะชิงตัวนางผู้เป็นที่รักกลับคืนมาจากเงื่อมมือของจอมมารมังกรไฟ
ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาแห่งต่างโลก
ในระหว่างเดินทางไปยังสุดขอบโลกอันเป็นที่อยู่ของจอมมารฯนั้น
เขาได้ถูกขัดขวางจากเทพพยากรณ์นกโฮก
เขาจึงรู้ว่าต้องทำการปลุกชีพดวงวิญญาณแห่งบรูพาที่ร้ายกาจที่สุดขึ้นมาเพื่อนำทางให้เล็ดรอดจากเงื้อมมือของนกโฮกไปให้ได้
นั่นคือเจ้าโจรสลัดอวกาศ สไตล์ญี่ปุ่น
แต่เขาจำเป็นจะต้องบุกเข้าไปในรังของปิศาจฝันและปิศาจกินฝันที่อยู่ร่วมกันอย่างไม่สงบสุข
เขาจึงได้ม้ามังกรเปกาซัสพันธุ์พ่นไฟจากฤๅษีที่โผล่มาจากไหนไม่รู้
หลังจากเขาดึงเจ้าโจรสลัดอวกาศ สไตล์ญี่ปุ่นออกจากโลกแห่งความตายได้
เขาก็พบว่าม้ามังกรฯหิวตาย
ศพของมันมีเชื้อโรคที่ทำให้คนกลายเป็นบ้า ความคลั่งครอบงำ
แต่เขาก็ฝ่ามาได้ พร้อมเด็กไร้เดียงสาอีกหนึ่งคน (รวมเจ้าโจรสลัดอวกาศ สไตล์ ญี่ปุ่นด้วย)
หลังจากนั้นทั้งสามคนก็ฝ่าเข้าไปยังสุดขอบโลกได้
เขาจึงต้องไปเล่นเกมอันตรายที่มีชีวิตตัวเองและชีวิตคนอื่นเป็นเดิมพัน
แต่เขาก็ชนะมาได้และได้หญิงผู้เป็นที่รักคืนมา


ยัง ยัง


ยังไม่จบ


อยากรู้ไหมตอนจบเป็นไง


อยู่ข้างล่าง








































ตอนจบพระเอกก็เข้าสู่ด้านมืด
และกลายเป็น

ดาร์ธ เวเดอร์

ในเวลาต่อมา
จบอย่างมีสุข
วิ ฮิ้วววว

อ่าว ลืมใส่คนอึด กับจักรกลสังหาร

ช่างมัน
6月7日

Mustacheroom Collection

ครบสิบตัวแล้ว
 
01
 
02
 
03
 
04
 
05
 
06
 
07
 
08
 
09
 
10
3月3日

ว่าด้วยเรื่องการ tag

คือผมก็พึ่งเข้าใจเมื่อคืนนี่แหล่ะว่าไอ้ tag นี่มันคืออะไร
หลังจากโดนแอน tag มา 2 อาทิตย์กว่าแล้ว รู้สึกผิดนิดหน่อย
แต่กูไม่รู้นี่กว่าว่ามันคือเหี้ยอะไร ก็เลยไม่ได้ทำ พอดีเมื่อคืนว่างแล้วก็เลยไปอ่านของชาวบ้านชาวช่อง ถึงได้รู้
แต่เมื่อคืน เมาไม่รู้เรื่อง กูไปนอนตอนไหนยังจำไม่ค่อยได้เลย จำได้ลางๆว่าจะตื่นมาเล่นต่อ งีบแป๊บนึง ตื่นมาอีกที่ ตีห้า ไอ้ห่าแฟรงค์ยังนั่งเล่นเน็ตอยู่เลย (แฟรงค์มาเล่นเน็ตที่บ้าน ขี่จักรยานเข้ามาในซอยคนเดียวมืดๆ ไม่ทราบว่าไม่กลัวเจองู หรือเด็กแว้ดบ้างหรือไร) ว่าจะเขียนบล็อกอีกเรื่องก็เขียนไม่ไหว เขียนไปสองบรรทัดก็ตั้งสติไม่ค่อยได้ (กะจะเขียนยาว)
 
เอาเป็นว่าเริ่มเลยดีกว่าครับ
เรื่องที่ 1 : อันนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับตอนปีหนึ่ง ไม่แน่ใจว่าจะรู้กันไหม
คือตอนปีหนึ่งที่เข้ามาเนี่ยผมเล็งสาวน้อยไว้ 3 คน
คนที่ 1 คือคุณพิมพิศา ตูดใหญ่เหี้ยๆ ซึ่งชวดไป
คนที่ 2 คือคุณภิญญารัตน์ คุณรี่ ซึ่งกูก็ไม่สำเร็จเหมือนกัน
สองคนแรกเนี่ยรู้กันทั้งโลกแล้ว ถ้าไม่รู้เนี่ย กูก็ไม่รู้ว่ามึงอยู่ A10 แน่รึเปล่า (แต่กูว่าไอ้ตึ๋งไม่น่าจะรู้)
คนที่ 3 นี่สิครับเจ๋งเค้าคือ...
 
ไอ้ช่า!!
 
ไม่ใช่โว้ยยยยย
 
เค้าคือ...
 
คุณนวกนกนะคร้าบบบบบ!!!
 
หรือที่ทุกคนเรียกว่าอีซิ่ม อีหนกนั่นเอง
แหม ตอนนี้ผมรู้สึกยินดีมากเลยที่ไม่ได้จีบมัน เพราะมันหนวกหู โวยวาย
แต่หนกก็เป็นคนดีนะ แต่บุคลิกเค้าโวยวายจริงๆ
ครับ เรื่องที่ 1 ก็จบไป
 
เรื่องที่ 2 : ทำไมผมเกลียดตุ๊ด
หลายคนอาจจะรู้ว่าผมเกลียดตุ๊ดเอามากๆ แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าทำไมผมเกลียดตุ๊ด เรื่องนี้ต้องขอย้อนอดีตกลับไปเมื่อตอนมัธยมศึกษาปีที่สองครับ
ตอนนั้นผมยังเป็นเด็กที่นิ่มมาก คือ อ่อนแอ โดนแกล้ง โดนล้อ (ที่จริงตอนม.ปลาย กับเข้าเกษตร กูก็ยังโดนล้อด้วยอะไรแปลกๆ แต่กูเฉยๆแล้ว นอกจากแม่งจะไปสะดุดเรื่องบุพการี)
ไม่ค่อยมีเพื่อน เงียบๆ ไม่เล่นกีฬา ไม่ทำกิจกรรม เรียนไม่ค่อยเก่ง ขี้กลัว ขี้เกียจ ตัวเล็กเตี้ย พึ่งเริ่มใส่แว่นขาดความมั่นใจ (เยอะจังวะ)
ชีวิตของผมในภาคการศึกษาที่ 2 นั้น มีความทุกข์ทรมาณอย่างยิ่ง
คือโต๊ะของอัสสัมชัญเนี่ย เป็นโต๊ะไม้ เก่าๆ เนื่องจากนักเรียนเยอะมาก เยอะเหี้ยๆ เยอะจนที่เรียนแทบไม่พอ ไม่รู้จะรับเข้ามาขนาดนั้นทำไม โต๊ะไม้เก่าๆก็เลยต้องรองรับนักเรียนถึง 3 คนในตัวเดียว ความสนุกมันอยู่ที่ว่า ผมอยู่ตรงกลาง แล้วด้านขวา เป็นกระเทยตัวผอม ด้านซ้าย เป็นกระเทยตัวอ้วน แล้วกระเทยสองคนนี้จะไม่ค่อยทำอะไรนอกจากแกล้งผม ด่าผม ทำให้ผมยิ่งขาดความมั่นใจในตัวเองเข้าไปอีก (กระจอกเหี้ยๆ โดนกระเทยแกล้ง) แต่ก็มีบ้างเหมือนกันที่สองคนนี้จะทำอะไรดีๆให้ แต่น้อยมาก
ก็เลยเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมเกลียดกระเทยอย่างรุนแรงมาตั้งแต่บัดเดี๋ยวนั้น
แต่ไม่ใช่ว่าผมเกลียดกระเทยทุกคนนะ คนที่ผมรู้จักแล้วเป็นคนดีก็มีอยู่
แต่อย่าหวังว่าไอ้คนหน้าใหม่ๆที่มารู้จักกัน แล้วจะให้ผมไปทำดีด้วยน่ะ ฝันไปเหอะ เพราะอคติผมสูงเหี้ยๆ
 
เรื่องที่ 3 : การโดด
อันนี้เป็นเรื่องสมัยมัธยมต้นเหมือนกัน จำไมได้ว่าปีไหนแล้ว
เรื่องมันเริ่มที่ว่า มันมีการปรับปรุงตึกโภชนาคาร (โรงอาหารนั่นแหล่ะ) เค้าเลยย้าย stand ไม้ แบบพับเก็บได้ มีล้อเลื่อน ซึ่งเคยอยู่ตรงโรงอาหารไปไว้หน้าห้องน้ำ (ห้องน้ำเก่า ตอนนี้โดนทุบไปแล้ว) ก็เลยกลายเป็นที่สิงสถิตย์ใหม่ของเด็กๆ (ไปนั่งหน้าห้องน้ำเนี่ยนะ เจริญจริง) ซึ่งเค้าจะเรียงไอ้ stand พวกนี้ซึ่งมีอยู่ประมาณ 10 กว่าตัว ตั้งฉากกับห้องน้ำ แล้วเว้นเป็นช่องๆ ตามจังหวะของทางเข้าห้องน้ำ
เรื่องสนุกก็มีอยู่ว่า พอมันเป็นช่องอย่างนี้แล้ว ก็เลยเกิดการกระโดดข้ามขึ้นมา (ไม่ทราบว่าใครทำไปบ้าง แต่แกงค์ผมที่อยู่ตอนนั้นก็กระโดดเกือบทุกคนมั้ง) ระยะมันก็ประมาณ 1-3 เมตรกระมังครับ ก็ลองกระโดดเล่นกัน ท้าทาย สนุกดี ซึ่งความสุง 2-3 เมตรของ stand ก็ทำให้ น่ากลัวนิดหน่อย แต่ก็ไม่เคยมีใครกระโดดพลาดจนตกลงมา
 
แต่ผมดันเสือกตกลงมาน่ะสิ
ตอนนั้นเลิกเรียนแล้ว รอพ่อมารับกลับบ้าน (บ้านไกลจากโรงเรียน กลับเองลำบาก) นั่งอยู่บน stand คนเดียว ไม่มีอะไรทำ
ก็เลยลองไปกระโดดไอ้อันที่มันห่างมากๆ ดู ก็โดดได้ แต่ไอ้อันสุดท้ายนี่สิ
มันพลาด กระโดดไป เท้าไม่ถึงครับ ตกลงมาถึงพื้นเลย
อกกระแทกพื้นคอนกรีต ดีที่ไม่โดนตะแกรงระบายน้ำ
เจ็บครับเจ็บ แต่จำได้ว่าตอนนั้นไม่ร้องเลย (เพราะอยู่คนเดียว)
 
หลังจากนั้นมาผมก็ไม่เคยไปกระโดดอีกเลย จนเค้าย้ายกลับมาที่เดิมนั่นแหล่ะ
 
เรื่องที่ 4 : ว่าจะเปลี่ยนเรื่องจากสมัยมัธยมมั่ง เอาเป็นเวลาใกล้ๆบ้าง
หลายคนอาจจะคิดว่าผมไม่เคยใส่ boxer คือที่จริงแล้วผมใส่นะครับ พึ่งมาใส่ปีสี่นี่แหล่ะ เพราะว่าที่บ้านผมรับแม่บ้านคนใหม่มา แล้วเค้าเป็นคนความจำสั้นมาก ทำให้การจัดสรรเสื้อผ้า ไม่ค่อยเข้ามาถึงตัวผม กางเกงในก็ไม่ถึง ทำให้ผมต้องใส่ boxer ใต้กางเกงสแล็คไปเรียนอยู่บ่อยๆ แม่งก็หวิวๆดีเหมือนกัน
 
เรื่องที่ 5 : เป็นคนที่ชอบนอนกอดหมอนมาก และเปลี่ยนหมอนไม่ค่อยได้ เคยใช้หมอนกอดอันเดียวอยู่ประมาณ 5-6 ปี แล้วเลิกไปตอนประมาณปีหนึ่ง
ชอบกอดหมอนมากแต่ถ้ากอดแล้วจะนอนไม่ค่อยหลับ ถ้าจะให้หลับก็ต้องไม่กอดหมอน ตอนนี้ไม่มีหมอนกอดแล้วครับ ถ้าจะนอนก็เอาหมอนหนุนนั่นแหล่ะ มากอด แต่ก็กอดแล้วนอนไม่หลับเหมือนเดิม ต้องเอากลับไปหนุนหัวถึงจะหลับได้
 
เรื่องที่ 6 : แถมให้อีกเรื่อง ผมดูแฟนฉันแล้วอารมณ์ร่วมไม่ 100%
คือไอ้มุกเมื่อวานข้างบ้านเนี่ย ผมเล่นไม่ได้ เพราะผมไม่มีข้างบ้าน ผมไม่มีเพื่อนบ้าน และผมไม่มีเพื่อนสมัยเด็กแถวบ้าน ไม่มีแกงค์ ใครเคยมาบ้านจะรู้ ว่าในซอยบ้านผมเนี่ย มีบ้านอยู่สามหลัง (+1 คือญาติผู้ใหญ่คนนึง +3 คือบ้านคนที่มาเช่าที่) ซึ่งทั้งสามหลังก็เป็นญาติกันหมด ผมก็เล่นกับลูกพี่ลูกน้องบ้าง แต่ผมไม่มีเพื่อนบ้านเลย เลยไม่รู้ว่าเพื่อนบ้านเป็นยังไง
ก็เลยดูแฟนฉันแล้วไม่รู้ว่าจะไปซึ้งอย่างนั้นได้ไหม เพราะกูไม่เคยมีเพื่อนบ้าน
 
ก็จบไปสำหรับการ tag ขอประกาศรายชื่อผู้ที่จะโดน tag มั่ง
1. น้องจู เขียนให้อ่านหน่อย อยากอ่าน อยากรู้อีก
2. ไอ้ช่า อดีตนายกสโมฯ โดนแล้วก็เขียนด้วยสิวะไอ้ห่า กูขอ tag มึงอีกคน
3. ตูดพิม ขอย้ำอีกคน อยากอ่านมั่ง
4. ไอ้แอม อตีด head รุ่น คาดว่า แอมคงมีเรื่องที่น่าสนใจมากมาย
5. พ่อสร ศิลปละเลง เขียนให้กูอ่านหน่อย แต่คงอีกนาน กว่ามันจะได้เล่นเน็ตอีกที่ และกว่ามันจะเขียนบล็อกเป็น
 
ครับ ที่จริงก็มีเรื่องจะเล่าอีกเยอะ แต่เอาไว้ค่อยๆเล่า ค่อยๆมาถามละกัน
ขอบคุณครับ